สวัสดีครับ หลังจากห่างหายจากการเขียนบทความไปนาน ครั้งนี้กลับมาพร้อมกับประสบการณ์ใหม่ที่ผมได้เก็บเกี่ยวและประสบมา นั่นก็คือเรื่อง เงินๆทองๆนั่นเองครับ บทความนี้จะเล่าถึงการลงทุนในหุ้นแบบฉบับง่ายๆครับ

พูดถึงเรื่อง เงินๆทองๆ และความร่ำรวยนั้น ใครๆก็ต่างก็ฝันอยากจะมีอยากจะได้กันทั้งนั้นใช่มั้ยละครับ ใช่ครับ ผมว่าทุกๆคนเลยแหละครับ ที่ฝันเช่นนั้น เพราะอะไรนะหรอครับ ก็เพราะ การมีเงินมีทองเราก็จะสามารถซื้อสิ่งของ ซื้อความสะดวกสบายต่างๆ ให้กับเราและครอบครัวได้นั่นเอง

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกัน และมีก็มีความมุ่งมั่นมาก แต่ทว่าผมก็ไม่รู้หรอกว่าหนทางที่จะไปมันมีอะไรบ้าง ตอนแรกผมก็ทำได้แค่ออมครับ แม้จะต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง และอื่นๆอีกมาก แต่ผมก็พยายยามออมให้ได้มากกว่า15%ของรายได้ครับ

โดยหลังจากผมเรียนจบผมก็ทำงานเก็บเงินนิดๆหน่อยๆและลองเล่นหุ้นดูกับเขาบ้าง เพราะ ที่ทำงานที่แรกนั้น ใครๆเขาก็เล่นกัน ผมเห็นเวลาว่างหรือเวลาทำเงานเสร็จเขาก็จะเปิดหน้าจอสำหรับการซื้อขายหุ้นที่มันเว็บๆวับๆมีตัวอักษรย่อชื่อหุ้นและราคาสลับสีแดง เขียว เหลืองไปมา ผมเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจและอยากลองกับเขาบ้าง แต่หารู้ไม่ว่าการรวยจากหุ้นนั้น หากเรารู้จักมันเพียงผิวเผิน เราจะไม่ได้อะไรจากมันเลยและจะเสียเวลามากๆด้วย คล้ายกับการหวังลมๆแล้งๆว่าแทงหวยซื้อลอตเตอรี่แล้วจะรวยและไม่เสียเวลาเพราะมีเรื่องให้คุยกับชาวบ้าน สิ่งต่างๆนี้ช่างตื้นเขินยิ่งนัก 

 และแล้วในปีแรกผมก็ซื้อขายหุ้นเล่นๆนิดๆหน่อยด้วยเงินหมื่นกว่าบาท เวลาได้กำไรทีก็หลักร้อยหลักพัน ถึงกระนั้นความร่ำรวยก็ยังอยู่ห่างอีกไกลนัก ในช่วงปีแรกผมเล่นหุ้นมั่วๆ ได้นิดเสียหน่อยเช่นเดียวกับแมงเม่าทั่วไป จนสุดท้ายผมก็ติดดอยหนัก ถึงแม้จะด้วยจำนวนเงินไมเยอะ แต่ทว่าหากคิดเป็น%ที่ติดลบไปนั่นก็นับว่าเยอะอยู่ สุดท้ายผมก็ปล่อยพอร์ทหุ้นไว้เช่นนั้น

Streaming Pro

ผ่านไป1ปี ผมย้ายที่ทำงานใหม่ และได้เจอพี่คนหนึ่ง ผมคุยเรื่องหุ้นด้วยกัน แต่แปลกใจว่าเขาเล่นหุ้นคนละแบบกับที่ผมรู้จัก เพราะเขาได้ปันผลสบายๆปีนึงหลักหมื่นผมก็กลับมาสนใจหุ้นอีกครั้ง โดยพี่เขาให้หนังสือมาเป็นของ ดร.นิเวศน์ ครับ เป็นหนังสือที่ดีมากๆ ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็นหนังสือที่ชื่อว่า "ตีแตก" มั้งครับ

 

ในหนังสืออ่านง่าย ผมชอบมากๆ พูดถึงการลงทุนหุ้นนั้นเป็นลักษณะของธุรกิจ การร่วมหุ้นส่วนอะไรทำนองนั้น ไม่ต้องคำนวณให้ปวดหัววุ่นวายอะไรมากเลย ผมอ่านจบภายใน1วัน

อ่านจบคุณจะมองหุ้นเปลี่ยนไป ไม่ใช่บ่อน ไม่ใช่การเก็งกำไร แต่คือ การร่วมหุ้นส่วนทางธุรกิจ การเป็นเจ้าของ เช่น คุณออกจากบ้านคุณเข้าห้างนั่นก็คือกิจการของหุ้น CPN คุณเข้าร้าน 7-11 นั่นก็คือหุ้น CPALL คุณทำธุรกรรมกับแบงค์กรุงเทพ นั่นก็คือหุ้น BBL และหากคุณชอบธุรกิจไหน อยากมีส่วนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกับเค้าคุณก็ซื้อหุ้นได้เลย หากธรุกิจไหนเติบโตมีกำไร ราคาหุ้นก็จะเติบโตตาม และบางหุ้นยังจ่ายปันผลให้ด้วย นั่นแหละครับทำให้ผมเปลี่ยนความคิดเรื่องหุ้นไป จากนั้นผมก็ค่อยๆ ปรับแนวคิดเรื่อยมาก จนถึงตอนนี้ผมก็พัฒนาขึ้นและเรียนรู้มากขึ้น ช่วงที่อ่านจบก็มีการซื้อหุ้นผิดไปบ้าง และถือนานมากด้วย เพราะตามแนวความคิดของการลงทุนนั้นคือ การถือระยะยาว ถ้าหุ้นดีจะทำให้คุณไม่ผิดหวัง แต่ผมดันเลือกหุ้นผิดไงครับ ถือยาวกลายเป็นยิ่งแย่ บทเรียนครั้งนี้ก็คือ หุ้นแย่ให้รีบขาย หุ้นดีๆถือได้ยาวสบายใจ

แต่การลงทุนหุ้นนั้นมันอาจไม่ได้ผลตอบแทนเหมือนสมัยก่อนแล้วนะครับ อยากให้ทำความเข้าใจไว้ก่อน เพราะหุ้นไทยในสมัยก่อนนั้นก็อ้างอิงจากเศรษฐกิจและ GDP ของประเทศ ซึ่งเมื่อก่อนเศรษฐกิจบ้านเรายังไม่ใหญ่ขนาดนี้ บริษัทต่างๆก็ยังไม่ใหญ่มาก อัตราการเติบโตแต่ละปีก็สูง นั่นก็ทำให้ราคาหุ้นนั้นขึ้นได้สูงเช่นเดียวกัน ผมยังอิจฮาคนสมัยก่อนเลยครับ ถ้าลงทุนในหุ้นดีๆทิ้งไว้สัก 5แสน-1ล้าน ตอนนี้คงมีเป็น10ล้านและยังนั่งรอรับปันผลสบายๆอีกด้วย อิจฉาทั้งในแง่เรื่องการลงทุนในหุ้น และอิจฉาเรื่องเงินเดือนค่าครองชีพสมัยก่อน ฉะนั้นแล้วตอนนี้ยุคนี้ผลตอบแทนก็ยังจะเป็น NEW NORMAL ที่ว่าใครสามารถทำผลตอบแทนได้ปีละ10%ก็นับว่าเก่งแล้วครับ เพราะอย่างไรเสียหุ้นก็ยังนับเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในระยะยาว

ช่วงแรกๆ ผมก็ยังลงทุนได้แย่มากๆอยู่ๆ ผมก็ดันไปเลือกหุ้นไม่ดีและคิดว่ามันจะดีและถือยาวเสียด้วย จริงๆแล้วการถือยาวนั้นถูกต้อง แต่ต้องเป็นหุ้นที่ดีจริงๆครับ ถ้ารู้ว่าหุ้นมันแย่ให้รีบขายทิ้งเสีย แต่ผมก็คิดช้าไปหน่อย ส่วนบางตัวหุ้นดีมากๆก็ดันขายทิ้งตอนสภาวะตลาดpanic

ตอนนี้พอร์ทรวมผมก็ไม่ถึงกับขาดทุนแต่ก็ไม่ได้กำไรเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่ายังดีที่ยังเอาตัวรอดมาได้ครับ อย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์มาพอควรเลยทีเดียว หากคนที่ไม่ยังเคยลงทุนก็อาจจะยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ แน่นอนละครับ เหมือนคนว่ายน้ำเป็นอธิบายปากเปล่าให้กับคนที่ยังไม่เคยว่ายน้ำ (ผมแนะนำให้ลงลงทุนซัก1-3หมื่นเล่นๆ พอผ่านไปหลายเดือนก็ค่อยหาหนังสือพื้นฐานต่างๆ หรือเว็บต่างๆอ่านก่อน และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ก็คือหนังสือพื้นฐานต่างๆ ของดร.นิเวศน์ครับ)

ช่วงนี้ผมหันมาลงทุนกับกองทุนบ้าง ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าผมเลือกหุ้นเองน่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า รวมถึงประหยัดค่าบริหารค่าธรรมเนียมกองทุนด้วย แต่ผิดครับ บางกองทุนเก่งๆเขาก็ทำได้ดีมากๆ ช่วงนี้ผมก็ปรับไปลงกองทุนทั้งในและต่างประเทศครับ ส่วนพอร์ทหุ้นตัวเองก็ยังคงไว้ครับ ถือว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงด้วย

 

จริงๆแล้ว ผมก็อยากให้ทุกคนวางแผนการเงินให้ดี โลกต่อไปผมคิดว่ามันจะโหดร้ายเรื่อยๆ เงินมันจะมีค่าน้อยลงเรื่อยๆ และถ้ายิ่งไม่เก็บออมและนำไปวางไว้ให้ถูกที่ถูกทาง ความลำบากในอนาคตมันจะมาเร็วกว่าที่คิดครับ ผมค่อนข้างจริงจังกับเรื่องนี้ เพราะที่บ้านผมก็ฐานะไม่ดี และ ยังใช้จ่ายกันแบบมั่วๆซั่วๆ บริหารเงินไม่ดีเอาเสียเลย และนี่ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันผมให้เป็นคนประหยัด มัสยัสถ์ และแม้ว่าปลายทางผมอาจไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายอะไร ตอนนี้เป้าผมก็แค่ตั้งไว้ว่าล้านแรกก่อน30หรือ30เป็นอย่างช้า หากเป็นความจริงได้ผมก็ถือว่าโอเคแล้วครับ แม้ผมจะประหยัด มัสยัสถ์ คนจะมองอย่างไร ใช้ชีวิตไม่คุ้มค่า แต่ผมก็คิดแล้วว่าหากผมตายเร็ว อย่างน้อยผมก็ทิ้งมรดกไว้ให้ครอบครัวของผมไว้ได้ใช้

สำหรับคนที่ยังไม่เคยคิดเรื่องนี้ผมอยากให้ลองคิดครับ เพราะโลกเรามันโหดร้ายขึ้นทุกวัน ค่าเงินก็ด้อยลงทุกวัน เมื่อก่อนเงินเดือนคุณพ่อคุณแม่หลักพันแต่ซื้อทองได้แล้ว สมัยนี้เงินเดือน15,000 ยังซื้อทองไม่ได้เลยครับ เห็นไหมครับ ค่าเงินมันน้อยลงทุกวัน และเงินเดือนก็เพิ่มขึ้นน้อยลงเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้เงินเดือน12,000 คนก็แย่งกันแล้วครับ อนาคตคนจะตกงานมากขึ้น เพราะโลกเข้าสู่ดิจิตอลครับ แล้วมันเกี่ยวยังไงนะหรอ ดูอย่าวบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีระดบโลกครับ ไม่ว่าจะเป็น Apple Google Amazon Alibaba Microsoft ต่างก็มีพนักงานเพียงน้อยนิด แต่ทว่าบริษัทมีมูลค่าติด TOP10 ของโลก ซึ่งบ.ที่ติดTOP10นั้นล้วนเป็นบริษัทเกี่ยวกับ IT เกือบทั้งหมด และบ.ITก็เป็นบ.ที่ใช้คนน้อยมากๆด้วย เห็นไหมครับว่าโลกต่อไปจะใช้คนน้อยลงเรื่อยๆเพียงใด (ตอนนี้ตัวผมเองก็พยายามแบ่งเงินและทยอยไปลงกองทุนต่างประเทศพวกนี้เหมือนกัน รวมถึงกองทุนเวียดนามด้วย เพราะ ดร.ท่านว่า เวียดนามจะเป็น Next Thailand และอาจแซงไทยด้วยครับ) ขนาดธุรกิจ Taxi ยังโดน disrupt โดย Uber โรงแรมก็โดน airbnb กระเป๋ารถเมล์บ้านเราก็โดนครับ ที่ว่าจะใช้เครื่องแสกนแทนคนเก็บเงิน ต่อไปข้าราชการต่างๆ ก็อาจจะโดนก็เป็นได้ ทุกวันนี้ข้าราชการใหม่ๆก็สวัสดิการน้อยลงกว่ารุ่นเก่าๆเยอะนะครับ

ผมอยากให้คิดถึงเรื่องพวกนี้ให้มาก อย่างน้อยตอนนี้ก็เก็บออมกันก่อน และก็ค่อยๆหาความรู้เรื่องการลงทุน ผมว่ายิ่งออมเร็วยิ่งได้เปรียบครับ อยากฝากไว้จริงๆ ไม่อยากให้ลำบากกัน

 

ตัวผมเองผมก็ยังไม่สบาย เพราะเริ่มจากติดลบ ก็ต้องพยายามเหมือนกันครับ อยากให้ทุกคนอดใจอย่าได้ฟุ่มเฟือยไปกับกระแสของโลกมากนัก

 

บทความนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ก็ก่อนละกันครับ

 

พบกันตอนหน้าเรื่องอสังหาฯ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์มากๆครับ

 

edit @ 12 Oct 2017 16:21:25 by Nresnas

Comment

Comment:

Tweet