เมื่อวันวานผมไปดูหนังเรื่อง The butterfly effect (2004) พอดูจบขนลุกเลยครับ ตอนจบทำออกมาดีมากๆจริงๆ ตัวผมเองก็มีสมุดจัดบันทึกเรื่องราวเหมือนกัน ตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงม.4 ที่อ.ภาษาไทยให้ทำหนะครับ ทำได้แค่ไม่กี่เดือนเอง แต่กลับมาอ่านก็สนุกดี และก็มีช่วงมหาลัยที่จดเองด้วย
 
จากการดูหนังในครั้งนี้ทำให้ผมนึกถึงตัวเองว่า ถ้าเราอยากจะย้อนกลับไปแก้อะไรต่างๆ บางทีมันก็อาจจะดี หรือ จะร้ายก็ไม่รู้ มันอาจจะต้องแก้เป็นหลายๆสิบจุด หลายๆสิบครั้งเลยก็ได้ หากผมไม่เลือกเรียนสายวิทย์? หากผมไม่ตั้งใจเรียนจนมากเกินไป เอาเวลาไปเฮฮาให้มากกว่านี้ หากผมทำกิจกรรมให้เยอะกว่านี้ หรือ หากผมไม่เลือกเรียนคณะที่ผมเรียนอยู่ และ มหาลัยที่ผมเรียนอยู่ ผมว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปมากมาย หรือ หากผมไม่เรียนพิเศษให้เยอะ เอาเวลาไปทำงานพิเศษดูบ้าง หรืออะไรต่างๆนาๆ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมา กับ นิสัยและบุคคลิกของผมในตอนนี้ก็คงไม่ใช่แบบนี้เป็นแน่แท้ หนังทำออกมาได้ดีมากๆครับ แม้แต่ในปัจจุบันขณะ ที่ผมพิมพ์บทความนี้หรือทำอะไรก็ตาม หากผมเลือกที่จะทำอีกอย่างหรือเปลี่ยนเส้นทางเล็กๆ สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็จะออกมาแตกต่างกันเสมอ แต่เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันดีหรือเหมาะสมที่สุดอย่างไร แต่สิ่งที่ควรทำก็คือทำวันนี้ให้ดีที่สุด และ ควรจะกระทบกับคนอื่นให้น้อยที่สุดด้วย(หากทำให้คนอื่นแย่ลงก็ไม่ควรทำเลย)
 
จริงๆแล้วการเขียนบันทึกนี่มันโคตรดีเลยครับ เพราะ ผมเป็นคนความจำสั้น เรื่องราวตอนเด็กๆผมแทบจำไม่ได้ หรือ ตอนโตก็จำไม่ค่อยได้เหมือนกัน- -'' หากจดไว้เราจะรู้ถึงกิจกรรมที่ทำรวมทั้งความคิด ความกังวล และจุดสนใจ (focus) ที่เรามุ่งหวังอยู่
 
- อย่างตอนเด็กเล็กๆผมก็เล่นสนุกไปวันๆครับ
- ตอนเด็กอีกนิดผมก็ยังเล่นซนอยู่
- ตอนประถมปลายๆผมก็เริ่มตั้งใจเรียน + เล่นเกมเยอะ
- พอเข้าม.1 ผมก็เริ่มเรียนจริงจังเพิ่มขึ้น+เล่นเกมเยอะเหมือนกัน เรื่องเรียนผมต้องเรียนพิเศษเพิ่ม เพราะ คนรอบข้างเขาจริงจังกัน และนี่ก็เป็นส่วนดีละมั้ง
- พอจบ ม3ก็ไปสอบหวังจะเข้าโรงเรียนดีๆ ตอนนั้นไปสอบสวนกุหลาบ แต่ติดสำรองอันดับ2 (ถ้าจำไม่ผิด) และดีที่ไม่ได้ (ถ้าจะเอาน่าจะต้องเสียเงินอะนะ) เพราะผมไม่ชอบชายล้วน ไม่เจอสาวๆ 555
- ช่วง ม4มั้ง ผมพึ่งจะมารู้ว่า มหาลัยดังๆมีอะไรบ้าง ความคิดความอ่านก็ยังเด็กมากๆ
- ช่วงนั้นก็อ่านหนังสือ เรียนพิเศษ เล่นกีฬาบ้าง ที่รร.นิดหน่อย และที่แถวบ้านด้วย และยังเล่นเกมอยู่ แต่ไปเที่ยวกับเพื่อนน้อยมาก กิจกรรมก็น้อย อีกส่วนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเพราะเปลืองเงินเสียดายตัง
- ช่วง มัธยม เป็นอะไรที่สนุกที่สุด ช่วง ประถมก็น่าจะสนุกแต่ก็ลืมไปบ้าง รวมทั้งเพื่อนก็อาจจะยังเด็กๆกันอยู่
- พอเข้ามหาลัยก็มีเรื่องกังวลต่างๆนาๆ กลัวเก็บวิชาไม่ครบ กลัวเรียนไม่จบ ก็ตั้งใจเรียนพอสมควร
- ใกล้จบก็คิดว่า จะมีงานทำไหมวะ ขอ15,000 ก็พอ และ คือตอนนั้นผมรู้ตัวและว่าผมไม่ชอบสาขาที่เลือกเลย และผมก็ไม่ได้ฉลาดจ๋าถึงขนาด ทำงานนี้ได้เก่ง เพราะ ผมก็ไม่ได้หัวไวอะไร แล้วมาทำงานที่ไม่ชอบ ผมว่ารุ่งยาก
- ช่วงแรกการสมัครงานของเด็กจบใหม่ก็เป็นไปไม่ยากเย็น เพราะ เราไม่มีประสบการณ์นิ
- แต่พอทำงานไปก็รู้ตัวเลยว่ามันยาก มันไม่ใช่ เรียนรู้ยากจริงๆ งานเฉพาะแบบนี้
- บางทีผมอาจจะเหนื่อยไปมากแล้ว ผมโง่มาตั้งนาน คิดว่าตั้งใจเรียนมากๆจบมาก็ทำงานสบายๆ แต่มันไม่ใช่ครับบอกเลย
- สุดท้ายผมก็ได้งานที่ใหม่ที่มั่นคงและเปลี่ยนสายงานหลักและก็ยังอยู่ในฟิลด์เดิมนั่นแหละ แต่งานที่นี่ชิวกว่า ช่วงแรกผมชอบมากๆ
- แต่สุดท้ายผมก็เหมือนคนจิตตก เพราะ ถ้าวันหนึ่งผมไม่เก่ง ผมก็กลัวโดนเล่น นั่นแหละครับ ผมจิตตกง่าย งานยากก็กลัวทำไม่ได้ งานสบายแล้วตัวเองไม่ขวนขวายไม่มีคนมาบีบ ก็ทำตัวสบาย แต่ก็ขี้เกียจเรียนรู้
- ด้านชีวิตครอบครัวก็มีอะไรเปลี่ยนแปลงเยอะ ครอบครัวผมมีหนี้สินรุงรังมากมาย พ่อแม่ก็ไม่มีความรู้ทางด้านการเงินในทางที่ถูก ยกตัวอย่างเช่น กู้เงินมาใช้หนี้อีกที่ , กู้เงินมาให้คนอื่นยืม เป็นต้น
- และปีที่ผ่านมานี้ผมเริ่มคิดการหาเงินอย่างจริงจัง การลงทุน การทำเงินต่างๆ ผมอยากรวย ใครๆก็อยากรวยครับ ผมยังหาทีเด็ดไม่เจอเสียที ผมจะได้มีเงินไว้ใช้ยามเจ็บป่วย มีบ้านให้พ่อแม่ไว้อยู่สบายๆ
- และนี่หละครับ คือ ปัจจุบันขณะ ที่ผมคิดวนเวียนอยู่ในใจทุกวันว่าวันนี้จะหาวิธีการทำเงินแบบไหนดี ไปอ่านหนังสือเล่มไหน วิธีการแบบไหนที่เราสามารถทำได้และเหมาะ เพราะหากเรามีรายได้อีกทางหรือมีสินทรัพย์ที่ดี ชีวิตการทำงานก็คงจะเครียดน้อยลง ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนเล่นงาน ช่วงนี้ผมคิดแค่นี้จริงๆครับ นอกจากเรื่องครอบครัว เรื่องเงิน เรื่องเจ็บป่วยก็มีเรื่องแฟนครับ หากผมยังไม่มีเงินก็ไม่ได้แต่งเสียที และถ้าไม่มีบ้านจะไปอยู่ไหน และถ้ามีลูกช้าจะได้ไหม แล้วหากมีจะมีเงินพอไหม แล้วใครจะเลี้ยงลูก
- นี่แหละครับ ชีวิตที่งงงวยของผม
 
หาก butterfly effect มีจริง บางทีผมจะลองย้อนกลับไปแก้ดูและแตกpathออกมาว่าแบบไหนจะดีที่สุดกันแน่
 
บทความนี้ไม่ได้มีสาระอะไรเท่าไหร่ เป็นเพียงบันทึกคร่าวๆว่าแต่ละช่วง รวมถึงช่วงนี้ผมคิดและfocusกับอะไรไว้บ้าง

Comment

Comment:

Tweet