สวัสดีครับทุกๆคนทุกๆท่านที่ได้บังเอิญเปิดเจอblogผม ถือว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่งยวด(หราาาา)
 
เพราะผมไม่ได้อัพเดท blog มานานมากแล้ว จริงๆก็มีเรื่องอยากจะอัพมากมาย แต่วันนี้เกิดอารมเปลี่ยวเลยขออัพสิ่งที่อยากจะเล่าให้ฟังเลยละกันขอรับ
 
ชีวิตในวัยเรียน
ผมเป็นคนที่เรื่อยๆมาเรียงๆ ก็คือเป็นคนเรื่อยๆชิวๆสบายๆไม่ค่อยจะเอาอะไรกับชีวิตนักหรอกครับ กีฬาก็งั้นๆไม่ได้เก่งอะไร บอลก็เล่นไม่เป็น 555 ตอนเด็กก็เล่นแต่วิ่งไล่จับ เวลาเล่นกีฬาบางประเภทยังโดนเขี่ยออกไม่มีใครเอาเลยครับบบ สมัยนั้นย้ายโรงเรียนไปด้วยมั้งครับด้วยความเป็นเด็กใหม่จึงไม่ค่อยมีใครเอาผมรู้สึกว่าห้องที่ผมเรียนนั้นมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันตั้งแต่เด็กเลยทีเดียว ดีที่ผมรอดมาได้ พอ ม.ต้นก็เล่นบาสแบบฮาๆไม่ได้เก่งอะไร แต่สิ่งที่ผมพอจะถนัดในด้านการเรียนก็คือเลขครับ ผมพอเป็นคนที่มีพื้นฐานวิชาคณิตศาสตร์ที่ดีพอใช้ได้ก็ทำให้การเรียน เคมี ฟิสิกส์ค่อนข้างโอเคไปด้วย แต่ก็มีช่วงหนึ่งที่ผมคิดว่าตัวเองแย่แล้วเพราะเพื่อนข้างๆมันเก่งเหลือเกิน ผมจึงไปถามมันว่าทำยังไง มันบอกว่าไปเรียนพิเศษข้างนอกครับ ผมนี่ยืนขึ้นเลย!!! ผมไม่รู้จักครับ ตอนเด็กมีแต่เรียนพิเศาตอนเย็นที่โรงเรียนเพื่อทำการบ้านให้เสร็จแต่นี่ทำไมต้องไปเรียนข้างนอกครับ!! หลังจากผมยืนขึ้น ผมนี่ก็นั่งเลยครับ จากนั้นผมก็เริ่มเรียนพิเศษเรื่อยมาวิชาเลขผมก็โอเคครับทัดเทียมเพื่อนคนนั้นได้แล้ว แต่ถ้าเทียบกับพวกเด็กเตรียม เด็กโรงเรียนดังๆต่างๆ สาธิตนู้นนี้ผมก็ถือว่าผมเป็นระดับธรรมดามากๆครับ คนละชั้นกับเขาเลย ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าผมเทพมากแต่พอไปสอบคณิตศาสตร์ของสมาคมหรืออะไรเนี่ยแหละครับ ผมนี่ได้คะแนนน้อยมากๆ ถ้าจำไม่ผิดได้เป็นเลขตัวเดียวบ้าง ไม่ก็สิบกว่าคะแนนบ้าง จากคนที่ระดับ top คะแนนป็นร้อยกว่าครับ อย่างไรก็ดีผมก็ยังคิดว่าตัวเองเก่งตัวเองดีอยู่ห้อง king โดยไม่ได้ดูว่าระดับของเด็กนักเรียนในโรงเรียนอยู่ในระดับไหนกัน ในช่วงวัยนั้นผมคิดว่าแค่ว่าผมดีผมเก่ง ผมจะสอบเข้ามหาลัยให้ได้ แต่ใจลึกๆผมก็หวั่นมาก เพราะ ระดับสอบเข้ามหาวิทยาลัยปลี่ยนใหม่ ใช้ onet anet ซึ่ง weight น้ำหนักให้วิชาอื่นๆมาก แทนที่จะให้เลขกับฟิสิกส์เป็นหลักสำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากที่ผมมั่นใจว่าผมดีผมเก่งก็ยังมั่นใจอยู่ แค่กลัวว่าจะสอบไม่ติดก็แค่นั้น(เอ้ะยังไง) แต่แล้วผมก็สอบตรงติดที่พระจอมเกล้าลาดกระบัง ซึ่งทำให้ผมดีใจมากแม้จะเป็นสาขาวิศวะที่ผมอาจไม่ได้หวังไว้เท่าไหร่เพราะเข้าใจผิดว่าภาควิชานั้นคือภาควิชาที่มันคล้ายกับที่ผมหวังไว้
ย้อนกลับมาที่ความคิด ผมดีผมเก่ง ผมมีความคิดแค่นั้นเลยจริงๆว่าถ้าเราเก่งเราไม่ต้องสนอะไร กิจกรรมระหว่างเรียนผมก็ไม่ค่อยทำ เรื่องพรีเซนงานหน้าห้องผมก็ไม่เก่ง พูดหน้าห้องไม่ได้เลย ผมอยากจะทำอะไรก็ทำไม่อยากก็ไม่ทำ หลังจากทวนหนังสือเรียนพิเศษทำการบ้านตามหลักวิชาการที่ผู้ใหญ่เห็นว่าดีเห็นว่างาม ผมก็ทำแค่นั้น เพราะคิดแค่ว่า ผมดีผมเก่ง คำว่า ผมดีผมเก่งก็คือ แค่เราเก่งเราจบไปเข้ามหาวิทยาลัย topๆ ของประเทศได้ จบมาจะได้ทำงานสบายๆมีเงินเดือนสูงๆเป็นเจ้าคนนายคน!!!
เพลงกูเป็นนักศึกษาของคุณปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์  https://www.youtube.com/watch?v=Ja3m5XVaH14 ได้สะท้อนอะไรหลายๆอย่างได้อย่างดี แต่ต้องสำหรับคนที่คิดได้แล้วด้วยนะครับ
 
จริงๆผมจะขอจบตอนช่วงเรียนเพียงเท่านี้ แล้วต่อช่วงมหาวิทยาลัยด้วย entry หน้า
แต่กลัวมันไม่ต่อเนืองจึงเล่าให้หมดใน entry นี้เลยละกัน สำหรับคนที่อยากข้ามไปช่วงวัยทำงานก็เชิญได้เลยครับ อันนี้ผมเขียนสดจึงไม่ได้ย่อไม่ได้ย่อยให้อ่านกันง่ายสักเท่าไหร่ ต้องขออภัยด้วยจริงๆนะครับ
 
ชีวิตมหาวิทยาลัย
หลังจากที่ผมติดสอบตรงคณะวิศวกรรมศาสตร์ ลาดกระบัง ผมก็ดีใจมากระดับหนึ่ง แต่ด้วยความที่ผมยังคิดว่าตัวเองดีตัวเองเก่ง จริงๆควรจะได้อยู่ที่มหาวิทยาลัยที่ทำคะแนนสูงๆมากกว่านี้ โดยไม่ได้ดูตัวเลยว่าถ้าไปสอบ onet anet คะแนนก็ไม่ได้สูงเท่าไหร่หรอก เพราะเขา weight ให้วิชาอื่นด้วยนะจำไว้!! สังคม ไทย คะแนนยังเยอะกว่า วิทย์เลย!!! (วิทย์1วิชา มีทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีวะ โลกและดาราศาสตร์) อย่างไรก็ดีหลังจากผมสอบติดผมก็มานั่งเล่นเกมชิวๆอยู่บ้าน แต่ไหงชีวิตมันเหง๊าเหงาระหว่างรอเปิดเทอม? ผมรู้สึกใจหวิวๆอย่างบอกไม่ถูก ผมคิดถึงบรรยากาศสมัยมัธยมมาก เรียนๆเล่นๆขำๆชิวๆ บางทีถึงกับอยากร้องไห้ แต่แล้วเมื่อผมเปิดเทอมสิ่งที่ผมคิดไว้ก็คือเหมือนในหนังที่เปิดมามีเด็กนักศึกษาสนุกเฮฮาคนเยอะแยะรวมกลุ่มกันสนุกสนานบรรยากาศดีเหมือนหนังฝรั่งหรือไม่ก็น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ผสมกัน แต่ไม่ใช่ มันไม่ใช่อย่างนั้น เราต้องเรียนต้องสอบต้องอ่านหนังสือ และก็ต้องเข้าสังคมกินเหล้า สังคมเล่นเกม แต่ผมไม่ค่อยเข้าสังคมกินเหล้าเพราะผมคออ่อนครับ และผมก็ยังคงเหงามากและคิดถึงสมัยมัธยมอยู่ดี ผมมักฝันว่าผมต้องกลับไปเรียนมัธยมซ้ำอีกครั้งอยู่บ่อยๆความรู้สึกดีปนเศร้าในความฝันเพราะ 1.ผมต้องเรียนซ้ำทั้งๆที่อยู่มหาลัยแล้วแต่ต้องกลับไปซ้ำทำไมก็ไม่รู้ 2.ก็ดีใจเล็กๆที่ได้เจอเพื่อนๆแต่อย่างไรก็ดีผมผ่านมันมาได้อาจเป็นเพราะผมมีแฟนที่ดีคอยให้กำลังใจผม ให้กำลังใจผมอยู่ด้วยแล้วรู้สึกอบอุ่น
สมัยมหาวิทยาลัยผมเริ่มไม่คิดเหมือนตอนมัธยมแล้ว ผมคิดว่าผมเรียนไปทั้งหมด4ปีเนี่ย ผมได้แต่อ่านหนังสือ อ่านชีทบาๆบอๆ แล้วสอบเพื่อให้ได้เกรด เพื่อให้ได้จบแทบเป็นแทบตายกว่าจะผ่านกว่าจะเก็บรายวิชาให้ครบ แต่ความรู้ที่ผมจะเอาไปประกอบอาชีพจริงๆ ถ้านับนะครับตั้งแต่ที่เรียนมาจนจบ4ปี ผมคิดว่าความรู้ที่ใช้ได้จริงๆมันเพิ่มน้อยมากๆเมื่อเทียบกับ ตอน ม.ปลาย อ่อ ผมจะบอกนะครับว่าผมเรียนเกี่ยวกับ computer ไองานด้านคอมเนี่ยครับ ถ้าคุณเก่งจริงคุณไม่ต้องจบอะไรเลย คุณสามารถสร้างรรค์ผลงานต่างๆได้เองไม่ว่าจะเขียนเกม ออกแบบระบบ ออกแบบ network แต่งรูปตัดวีดีโอ สร้างเว็บต่างๆนาๆ แต่ที่เรียนนะครับเขาสอนส่วนมากเป็นทฎษฏีและlabก็อาจจะมีแค่เบื้องต้นส่วนคนที่เก่งจริงๆมันทำมาแต่ละอย่างผมละงงว่ามันทำได้ไง ผมไม่แน่ใจว่าสาขาอื่นพวกไฟฟ้า เครื่องกล อุตสาหการ เคมี เขาเป็นอย่างไร แต่ถ้าด้านคอมคุณจบมาแล้วคุณไม่เก่งอะไรสักอย่างอย่างจริงจังผมบอกได้เลยว่า โอกาสคูณจะรอดมีน้อยมาก!!! มีคนที่เกลียดคอมพ์เข้าไส้ถึงขนาดอยากจะซิ่วอยากจะออกเลยก็มี แต่ผมก็ไมไ่ด้เกลียดแต่ไม่ได้เก่งครับ ผมก็จบออกมาได้แต่ก็นั่นแหละครับ ผมคิดว่าแล้วผมจะทำด้านไหนดี จะเอาอะไรไปpresentละครับนั้นให้ บริษัทต่างๆรับผม
 
(ยาวไปแล้วขอต่อตอน2ละกัน)

Comment

Comment:

Tweet